ในตลาดหุ้น ยังมีนักลงทุนสองกลุ่มที่มีแนวการลงทุนที่ไปคนละทาง ได้แก่
1. นักลงทุนแนวเติบโต ที่ชอบหุ้นที่มี Growth Story ที่สวยหรู ถือคติ ของดีจริงไม่ต้องเกี่ยงราคา
2. นักลงทุนแนวคุณค่า ที่ชอบ stable business ที่มี P/E ต่ำๆ ถือคติ พีอีต่ำแปลว่าถูก
ทั้งสองวิธีนี้เป็นวิธีที่แปลกสำหรับผม เพราะดูเหมือนวิธีหนึ่งจะดูแค่คุณค่า (การเติบโต) โดยไม่ดูราคา ส่วนอีกวิธีหนึ่งก็ดูแต่ราคา (พีอี) โดยไม่ดูคุณค่า แต่เอาเถอะ ในเมื่อทั้งสองวิธีนี้เป็นที่นิยมกันในตลาด ผมอยากจะลองทำการทดลองสนุกๆ ว่าวิธีไหนจะให้ผลตอบแทนที่ดีกว่ากัน ด้วยการทดลองจัดพอร์ตสองพอร์ตๆ ละ 3 ตัว (ซื้อตัวละ 33 % โดยมูลค่าพอร์ต) ตามแนวทางทั้งสองแนวที่ว่านี้ แล้วดูว่าพอร์ตไหนจะให้ผลตอบแทนที่ดีกว่ากันในที่สุด
พอร์ตด้านซ้ายมือเป็นพอร์ตเติบโต ขอเลือกหุ้นที่มี story หรูสุดตอนนี้ 3 ตัวโดยไม่เกี่ยงราคา ส่วนพอร์ตทางขวาเป็นพอร์ตคุณค่าขอเลือกหุ้น stable business ที่มีพีอีต่ำ 3 ตัว
ในวันที่ 18 พย.50, 51 และ 52 เราจะกลับมาดูอีกครั้งว่า ผลตอบแทนเฉลี่ย 1 ปี, เฉลี่ย 2 ปีและเฉลี่ย 3 ปีของทั้งสองพอร์ตนี้จะแตกต่างกันอย่างไร (Capital Gain + Dividend (not reinvested)) วิธีไหนจะแน่กว่ากัน
ถ้าผมลืมเตือนผมด้วยนะ ทดลองดูสนุกๆ ครับ

พฤศจิกายน 18, 2006 at 5:29 pm
ผมเป็นนักลงทุนแบบที่ 2 ครับ ออกแนวคุณค่า ไม่ได้เร่งวันเร่งคืนให้อะไรเติบโตเท่าไหร่เลย
คุณเขียนหนังสือสนุกนะครับ เขียนเรื่องยาๆ ให้เข้าใจง่าย เขียนสั้นด้วย ผมเขียนอะไีรสั้นๆ ไม่เป็นเลย อ้อผมทำนิตยสารยัง ยินดีเลยครับได้เจอคนร่วมอาชีพ
พฤศจิกายน 18, 2006 at 5:35 pm
โอ้น่าสนใจมากๆ ตั้งตารอด้วยใจระทึก ^_^
จริงๆผมอยากได้ Mint มากๆเลยนะ แต่เห็นราคาแล้วซื้อไม่ลง จะรอมันตก มันก็ไม่เคยตกจนได้ซื้อเลย
พฤศจิกายน 20, 2006 at 8:28 pm
น่าสนุกดีครับ แล้วผมจะตามอ่าน แต่ไม่มีหุ้นตัวไหนเหมือนของผมเลยแฮะ -_-’
พฤศจิกายน 20, 2006 at 9:57 pm
แค่ทำการทดลองขำๆ เท่านั้นน่ะครับ ไม่ได้เชียร์หุ้น 6 ตัวนี้นะครับ
พฤศจิกายน 21, 2006 at 5:52 pm
พอดีว่าเล่นหุ้นไม่เป็น ไว้ไปศึกษาก่อนนะ
พฤศจิกายน 22, 2006 at 2:59 pm
ตอนที่ 21 ลิ้งค์เจ๊งครับ
น่าจะเพราะชื่อยาวเกิน เห็นแต่กดเข้าไปไม่ได้
พฤศจิกายน 22, 2006 at 3:46 pm
แก้ไขให้แล้วครับ ขอขอบคุณคุณ house ที่แจ้งมาก
พฤศจิกายน 25, 2006 at 11:39 am
แล้วพี่สุมาอี้ชอบพอร์ทแบบไหนครับ ผมเดาว่าเป็นแบบซ้ายใช่ไหมครับ แต่ผมมีมันทั้งสองแบบเลย ผมลงในหุ้นขนาดเล็กที่คาดว่าน่าจะมีgrowthมาก ผสมกับหุ้นขนาดใหญ่ประวัติดียาวนานที่ยังพอมี growthสม่ำเสมอ
พฤศจิกายน 25, 2006 at 5:51 pm
ผมหัวเอียงซ้าย คือชอบหุ้นเติบโต แต่ราคาที่ซื้อจะต้องยังมี upside เหลืออยู่ ไม่ใช่ราคาเท่าไรก็ซื้อได้
พฤศจิกายน 25, 2006 at 10:39 pm
พี่สุมาอี้คาดเดาอย่างไรครับว่าหุ้นเติบโตในอนาคตจะเติบโตไปได้ตาม pe สูงๆที่นักลงทุนให้
พอผมอ่าน intelligent investor แล้วผมรู้เลยว่าผมเป็นนักลงทุนเชิงรับเต็มขั้นเหมือนในหนังสือเลย มีหุ้นกับตราสารหนี้อย่างละ 50:50 ถ้าหุ้นขึ้นเยอะๆ ก็หาเงินซื้อตราสารหนี้ให้เท่ากับราคาหุ้นที่ขึ้นไป ถ้าหุ้นตก ก็เอาเงินจากตราสารหนี้มาหาหุ้นที่ถูกๆ ซื้อ (ไม่กลัวไม่กำไรแต่กลัวขาดทุน)
สงสัยชาตินี้จะรวยยากสสสส์
พฤศจิกายน 30, 2006 at 9:39 pm
ความคิดเข้าท่าดีครับ แล้วจะรอดู
พอดีผมเพิ่งเริ่มลงทุนสดๆ ร้อนๆ เดือนนี้เอง
มีนาคม 24, 2007 at 6:16 pm
5555 สนุกดีครับ ผมเคยลองเล่นดูเหมือนกันแต่เป็นระหว่างพอร์ตพื้นฐานกับเทคนิค
มีนาคม 30, 2007 at 7:14 pm
ผมถือวิสาสะเอาไปทำเป็น chart แล้วครับ (ฮิ ฮิ) แต่ขอเสนอความเห็นเล็กน้อยว่า ERAWAN นั้นไม่น่าจะเหมาะ เนื่องจากเจ้าของเขาปั้นราคาโดยการออกหุ้นเพิ่มทุน(3:1)พ่วง warrant ตั้งแต่กลางปีที่แล้ว warrant อายุปีเดียวซะด้วย (หุ หุ) ตามด้วยนิทานอีสปอีก 80 กว่าล้านหน่วย พอร์ตท่านแม่ทัพเริ่มปลายปีถือว่าจบข่าวแล้วครับ วอร์ก็ไม่ได้ สงสัย ERAWAN จะสาละวันเตี้ยลงฉุดพอร์ต growth ให้จมเกษียรสมุทรซะแล้ว
พฤศจิกายน 5, 2007 at 7:17 pm
[...] Growth vs. Value ที่เคยโพสต์เอาไว้เมื่อประมาณ 1 [...]
มิถุนายน 16, 2008 at 12:13 pm
between bgh&bh which one is much more in growth