0059: the pursuit of happYness (Revisited)
เมษายน 9, 2007 at 10:02 pm | In Probability | 12 Comments
ผมดูหนังเรื่องนี้แล้วเลือด entrepreneur ของผมสูบฉีด…
Chris (รับบทโดย Will Smith) ไม่เหมือนคนทั่วไปแค่ตรงที่ เขาเลือกที่จะทำงานเพื่อแลกกับ “โอกาส” ในขณะที่คนทั่วไปจะทำงานเพื่อแลกกับ fixed income เท่านั้น “โอกาส” สำหรับคนทั่วไปเป็นสิ่งที่ไม่แน่ไม่นอนมันจึงไม่มีราคาค่างวดใดๆ
โชคไม่ดีที่ในช่วงแรกของชีวิต Chris วิ่งเข้าหาโอกาสที่มีกำไรคาดหวังเป็นลบด้วยการประกอบอาชีพเป็นเซลส์ขายเครื่องเอ็กซ์เรย์กระดูกที่ “ชัดกว่าเครื่องเอ็กซ์เรย์ปกตินิดหน่อยแต่ราคาแพงกว่าหลายเท่า” มันจึงเป็นธุรกิจที่ไม่มีศักยภาพแต่ Chris ไม่รู้ตัวจึงทุ่มเทชีวิตให้กับมัน จนกระทั้งวันหนึ่งที่เขามีโอกาสได้คุยกับนักการเงินคนหนึ่งที่แนะนำเขาว่า ถ้าอยากขี่รถสปอร์ตเปิดประทุนแบบพวกนักการเงินก็ไปเป็นนายหน้าค้าหลักทรัพย์สิ งานนี้ไม่จำเป็นต้องมีการศึกษาสูงแค่เป็นนักขายที่เก่งก็พอ งานนี้บังเอิญเป็นงานที่เหมาะกับศักยภาพที่มีอยู่ในตัวของ Chris เป็นอย่างมาก ด้วยความที่ Chris เป็นคนที่มีความพยายามสูงมากอยู่แล้วเป็นทุน Chris จึงประสบความสำเร็จกับอาชีพนี้อย่างมากถึงขั้นกลายเป็นเจ้าของ บลจ. และขายกิจการ cash out ออกมาเป็นเงินสองร้อยล้านเหรียญในที่สุด (หนังเรื่องนี้สร้างขึ้นจากเรื่องจริง)
ในมุมมองของคนรอบข้าง Chris คือคนที่ไม่รับผิดชอบ หลักลอย หวังลมๆ แล้งๆ ไม่ยอมไปสมัครงาน แต่ที่จริงแล้ว Chris เป็นคนที่ขยันขันแข็งและเอาการเอางานมากกว่าคนที่มีงานทำหลายเท่าตัว Chris ไปรอหมอตั้งแต่หกโมงเช้าทุกวันเพื่อที่หมอจะได้ให้เวลาเขาเพียงนิดเดียวในการนำเสนอสินค้าให้ฟัง เขาทำงานอย่างหนักเพื่อแลกกับโอกาส และผลของการพยายามอย่างต่อเนื่องก็ทำให้เขาร่ำรวยในที่สุด แต่คนที่ไม่เชื่อมั่นในตัว Chris มากที่สุดกลับได้แก่ภรรยาของเขาเองซึ่งทิ้งเขาไปในวันที่เขาหมดตัว จะว่าไปภรรยาของเขาก็เหมือนกับคนที่ซื้อหุ้นแล้ว cut loss ในวันที่ราคาของหุ้นตัวนั้นอยู่ตรงก้นเหวพอดี เธอจึงพลาดโอกาสที่จะได้ร่วม enjoy ความสำเร็จของ Chris หลังจากนั้น ที่จริงคนเราทุกคนควรมีช่วงเวลาที่ยากลำบากเหมือนกันเพราะมันคือช่วงเวลาที่ทำให้เราได้ล่วงรู้ว่ามีใครบ้างที่จะยืนอยู่เคียงข้างเราจริงๆ
อเมริกาในยุคของ Chris (สมัยเรแกน) คงคล้ายๆ กับเมืองไทยสมัยนี้ที่คนทั่วไปมองว่า entrepreneur คือพวกที่เพ้อฝัน หรือไม่ก็เป็นพวกที่หางานทำไม่ได้ หวังว่าสักวันหนึ่ง เมืองไทยจะเหมือนอเมริกาในตอนนี้ ที่วัยรุ่นทุกคนใฝ่ฝันอยากจะเป็นอย่าง Larry Page ไม่มีใครมองคนที่อยากเป็น entrepreneur แบบดูถูกอีกต่อไป
โดนใจผมอย่างจัง เอาไปเลยครับ สี่ดาว ****
12 ความเห็น »
RSS feed สำหรับความเห็นต่อเรื่องนี้ TrackBack URI
ใส่ความเห็น
บลอกที่ WordPress.com . | Theme: Pool by Borja Fernandez.
Entries and comments feeds.
เขาเล่ากันว่า HappYness จงใจเขียนผิดแบบมีเหตุด้วยนะคะ
ความเห็น โดย Aoyoyo — เมษายน 10, 2007 #
ตอนนี้ ใครที่ยังไม่ได้ดู คงรู้สึกอยากรู้แล้วสินะครับว่า ทำไมต้องสะกด Happyness ด้วย
ความเห็น โดย 1001ii — เมษายน 10, 2007 #
ชื่อหนังเรื่องนี้มาจากวลีที่อยู่ใน Declaration of Independence ที่เขียนโดย Thomas Jefferson
“….We hold these truths to be self-evident, that all men are created equal, that they are endowed by their Creator with certain unalienable Rights, that among these are Life, Liberty and the pursuit of Happiness….. ”
ผมชอบตอนนึงมากที่พระเอกบอกว่าเขาเข้าใจเลยว่าทำไม Thomas Jefferson จึงต้องใช้คำว่า the pursuit of Happiness แทนที่จะใช้คำว่า Happiness เฉยๆ เพราะความสุขสำหรับเขามันช่างหายากเสียเหลือเกิน ชีวิตของเขาถูกกำหนดให้ต้องวิ่งให้ทันค่าเช่าบ้านอยู่ตลอดเวลา
ความเห็น โดย 1001ii — เมษายน 10, 2007 #
เอาใจช่วยผู้ประกอบการทุกท่านครับ
ความเห็น โดย Ryuga — เมษายน 11, 2007 #
เพิ่งสังเกตตัว Y นะเนี่ย
ความเห็น โดย iake — เมษายน 11, 2007 #
I have a dream…
ความเห็น โดย Woody — เมษายน 11, 2007 #
เอ๊ะ น้องวู้ดดี้ รู้จักสุนทรพจน์แห่งประวัติศาสตร์ของ Dr.Martin Luther King Jr. เรื่องความเท่าเทียมกันของมนุษยชาติที่ชื่อ “I have a dream.” ด้วยหรือครับ
ความเห็น โดย 1001ii — เมษายน 12, 2007 #
ครับ เอามาประยุกต์ใช้กับตัวเองหน่ะครับ จะได้มีแรงเดินต่อไป
ความเห็น โดย Woody — เมษายน 14, 2007 #
การปิด youtube
http://www.thairath.co.th/news.php?section=technology03b&content=43758
เหอๆ ผมเข้า http://www.google.com ไม่ได้ หรือว่าจะโดนปิดทั้งแผงเลย เหอๆ อย่างนี้แย่เลยเพราะผมใช้ search ของ google จนติดแล้ว เหอๆ
ความเห็น โดย abcdefg — เมษายน 16, 2007 #
[...] แค่เห็นชื่อเรื่องนี้อย่างเดียว ผมก็ตั้งใจดูให้ได้ การค้นหาความสุข ชื่อนี้ช่างคล้ายกับเป้าหมายของที่ไทยบาทที่นี่ทีเดียว แล้วยิ่งอยากดูมากขึ้นหลังจากทีอ่าน 0059: the pursuit of happYness (Revisited) ที่สามารถทำให้เกิดแรงฮึดในการอยากเป็นผู้ประกอบการของคุณสุมาอี้ [...]
Pingback โดย The Pursuit of Happyness (2006) « Thai Baht… ways to Happy and earn money — เมษายน 26, 2007 #
โอ้ สแปมเข้าครับ
ปล อย่าลืมเพื่อนอีกคน Sergey Brin ด้วยนะครับ ( แต่เขาเป็นรัสเซียล่ะครับ วัยรุ่นอเมริกันอาจไม่สนมั่ง )
ความเห็น โดย ohmohm — มกราคม 7, 2009 #
หลุดมาได้ เหอๆ
ความเห็น โดย 1001ii — มกราคม 8, 2009 #