0031 : อัตราค่าจ้างของเงิน
พฤศจิกายน 7, 2007 at 8:41 pm | In Economics | 9 Comments
เชื่อว่าทุกท่านคงเคยได้ยินคำว่า “ให้เงินทำงาน” กันมาบ้าง เพื่อให้ได้ feel ที่มากขึ้น ลองมาคำนวณกันเล่นๆ…
ถ้าอัตราดอกเบี้ยเงินฝากอยู่ที่ร้อยละ 2.5 ต่อปี ออมเงิน 1 ล้านบาทไว้ในธนาคารจะได้ดอกเบี้ยปีละ 25,000 บาทหรือเท่ากับวันละ 68 บาทหรือชั่วโมงละ 2.83 บาท ดังนั้นก็อาจมองได้ว่า อัตราค่าจ้างทำงานของเงินหนึ่งล้านบาทเท่ากับ 2.83 บาทต่อชม.นั่นเอง
นั่นคือ เงินที่คุณออมได้ทุกๆ หนึ่งล้านบาทจะหาเงินให้คุณได้เกือบชม.ละ 3 บาทตลอดเวลาและตลอดไปโดยที่คุณไม่ต้องทำอะไรเลย มันไม่เคยบ่น ไม่เคยอู้ ไม่เคยลาพักร้อนหรือนินทานาย
และสมมติว่าถ้าตัวคุณเองทำงานได้เงินเดือนๆ ละ 20,000 บาท นั่นเท่ากับ 27.78 บาทต่อชั่วโมง อัตรานี้เป็นอัตราเดียวกันกับที่เงินประมาณ 10 ล้านบาททำงานได้ ดังนั้น สำหรับคนที่มีเงินออม 10 ล้านบาท แค่อยู่เฉยๆ เขาก็หาเงินได้เท่าๆ กับที่คุณหาเงินตัวเป็นเกลียวเลยทีเดียว
เห็นแบบนี้แล้วทำให้เกิดแรงกระตุ้นในการออมมากขึ้น (aka งกมากขึ้น) จำไว้นะครับ “ชั่วโมงละ 3 บาท”
9 ความคิดเห็น »
RSS feed สำหรับความคิดเห็นในกระทู้นี้ TrackBack URI
เขียนความคิดเห็นของคุณ
บลอกที่ WordPress.com . | Theme: Pool by Borja Fernandez.
Entries and comments feeds.
ชั่วโมงละ ๓ บาท นี่แค่ร้อยละ ๒.๕ นะครับ ถ้ามากกว่านี้ละ ..อืม…
Comment โดย dcopywriter — พฤศจิกายน 7, 2007 #
ถ้าคิดกลับกันอย่างนี้ สมมติว่าผมได้เงินเดือนทั้งปีล้านนึง
สมมติว่า อาชีพผมเป็นลูกจ้าง ที่มีความมั่นคงดีพอควร อัตราผลตอบแทนเทียบเท่าสัก 5%
แปลว่าตัวผมเทียบเป็นสินทรัพย์ ก็ ตก 1,000,000/5% เท่ากับ 20 ล้านบาท
(อย่างที่เรียกกันว่า human capital หรือเปล่า?)
คิดให้ซับซ้อนขึ้นอีกนิดนึง ตัวผมเป็น Asset หรือ เป็น Equity กันแน่ ?
อ้อ นึกขึ้นได้ พวกที่กู้เงินคนอื่นไปเรียนหนังสือ (เงินพ่อแม่ก็ต้องนับ) เพื่อจะได้งานเงินเดือนสูงๆก็นับเป็นการ leverage equity ตัวเอง
ว่าแต่ถ้าสุดท้ายเราเลิกทำงานแล้วไม่ได้เงินเดือนแล้ว เราจะยังมี Terminal Value หรือเปล่า ร้สึกว่ามันก็ต้องกลับไปพึ่งเงินออมน่ะสิ ถ้าไม่มีเงินออม สุดท้ายก็คงเหมือนโรงงานเก่าๆที่ผลิตได้แต่ของที่ไม่มีใครต้องการซื้อ
Comment โดย saraburian — พฤศจิกายน 7, 2007 #
ประเด็นที่ว่ามูลค่าของคนหาได้จากส่วนกลับของวิธีนี้เป็นประเด็นที่ตอนแรกผมชั่งใจว่าจะคำนวณให้ดูดีหรือไม่แต่สุดท้ายผมตัดออกไปเพราะกลัวจะโดนประณาม เอาเป็นว่าประเด็นนี้แค่เป็นการสะท้อนตัวเลขให้ดูเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาบอกว่าดีหรือไม่ดีนะครับ
คุณ saraburian สามารถคิดต่อยอดได้ไวทีเดียว
Comment โดย 1001ii — พฤศจิกายน 7, 2007 #
อันที่จริง เงินที่ส่งไปทำงานหลายๆครั้งมันก็อู้นะ ตอนต้นปีส่งไปอยู่ใน money market ก็ขยันขันแข็ง ทำให้ได้มา ชั่วโมงละสี่บาทกว่า แต่ตอนนี้เริ่มอู้แล้ว ได้น้อยลงไปเยอะเลย
Comment โดย Khun T — พฤศจิกายน 8, 2007 #
อ่านถึงการกระตุ้นการออมแล้วทำให้นึกถึงเรื่องนึง ท่านสุมาอี้อาจไม่เคยทราบว่าผมนั้นกำหนดต้นทุนการใช้ชีวิตไว้ต่ำมาก ผมใช้แค่เดือนล่ะ 3,000 บาทเท่านั้นเองครับ บอกผู้ร่วมงานไป แต่ล่ะคนเอ๋อกันไปตาม ๆ กัน
สุดท้ายเค้าเรียกผมว่า “เสี่ย” ไม่ใช่เพราะผมรวยครับ แต่เพราะผมใช้น้อยจนพวกเค้าสู้ไม่ได้ต่างหาก ^-^
Comment โดย คุณไท้ — พฤศจิกายน 8, 2007 #
เรียนเชิญร่วมแข่งขันในโครงการนี้ครับ นานมีบุ๊คส์เขากำลังเปิดรับสมัครอยู่
http://bemyshelf.com/images/webboard/IMG1935606.JPG
Comment โดย 1001ii — พฤศจิกายน 8, 2007 #
3000 บาท ต่อเดือน เมื่อตอนเรียนทำได้สบายๆครับ
ตอนนี้ทำไม่ได้แล้วครับ ปีนี้เท่าที่จดมาใช้เยอะกว่าปีที่แล้วด้วยครับ
ดูเหมือนจะเยอะขึ้นเรื่อยๆ
Comment โดย dcopywriter — พฤศจิกายน 9, 2007 #
3000 สมัยนี้ ต้องอาศัยการไม่ออกจากบ้านเท่านั้น เพราะแค่ค่ารถเมล์ไปกลับบวกค่าข้าวกลางวัน ก็หมดแล้ว
Comment โดย 1001ii — พฤศจิกายน 10, 2007 #
อืมมม
เห็นภาพเลยนะครับ
ปัญหาสำคัญ จะเอาเงินล้านมาจากไหน หิหิ
^^
Comment โดย Jack — พฤศจิกายน 11, 2007 #