0101: การจราจรติดขัด

ธันวาคม 8, 2007 at 11:00 am | In Economics | 10 Comments

 

เวลาการจราจรติดขัดมากๆ เรามักมีความรู้สึกว่าเลนข้างๆ ไปได้เร็วกว่าเลนที่เรากำลังอยู่เสมอ และเราก็พยายามเปลี่ยนเลนไปยังเลนข้างๆ เพื่อให้ไปได้เร็วขึ้น แต่พอเข้ามาอยู่ในเลนใหม่ปุ๊บ เราก็พบว่าเลนที่เราอยู่เดิมเริ่มไปได้เร็วกว่าแทน ลองถามคนอื่นๆ ก็ล้วนแต่รู้สึกเหมือนกัน ทำไมจึงมักจะเป็นอย่างนั้น?

เรื่องนี้ถ้าลองคิดดูให้ดีโดยใช้สายตาของพระเจ้ามองลงมาบนโลก เราจะเห็นได้ทันทีว่าเป็นเรื่องที่ไม่มีทางเป็นไปได้ ไม่มีทางที่ทุกคนในถนนจะรู้สึกพร้อมกันว่าเลนของตัวเองไปได้ช้ากว่าเลนของคนอื่น เพราะอย่างน้อยที่สุดถ้าหากแต่ละเลนไปได้เร็วไม่เท่ากันจริง จะต้องมีบางคนที่รู้สึกว่าเลนของตัวเองไปได้เร็วกว่า เหตุที่คนส่วนใหญ่มักรู้สึกว่าเลนของตัวเองไปได้ช้ากว่าเป็นเพราะเรามักจดจ่อกับความโชคร้ายของเรามากกว่าความโชคดี หรืออย่างที่ฝรั่งมีสำนวนว่า “หญ้าของข้างบ้านมักดูเขียวกว่าหญ้าที่บ้านของเราเอง” เวลาที่เลนของเราไปได้เร็วกว่าเลนอื่นเรามักไม่ค่อยได้ใส่ใจเรื่องการจราจร แต่พอเวลาที่เลนของคนอื่นไปได้เร็วกว่าเลนของเราบ้าง เรามักหันมาสงสัยว่าทำไมรถถึงติด

เวลาที่รถติดมากๆ เรามักพยายามเปลี่ยนเลนไปมาเพื่อให้สามารถไปได้เร็วขึ้น แต่พอเปลี่ยนเลนไปมาได้สักพักหนึ่ง เราก็มักพบว่า รถคันที่เราแซงไปแล้วเมื่อสิบห้านาทีก่อนกลับมาอยู่ข้างๆ เราอีกครั้ง ดูเหมือนว่า การเปลี่ยนเลนไปมาจะไม่ช่วยทำให้ไปได้เร็วขึ้นมากเท่าไร

ที่จริงแล้ว เวลาที่รถติดมากๆ จะมีรถจำนวนหนึ่งที่พยายามเปลี่ยนเลนไปมาเพื่อให้ไปได้เร็วกว่าคนอื่น กระบวนการที่รถเหล่านี้พยายามเปลี่ยนเลนไปมาช่วยทำให้ทุกเลนไปได้เร็วเท่าๆ กัน เมื่อใดก็ตามที่มีเลนใดเลนหนึ่งไปได้ช้ากว่าเลนอื่น รถที่อยู่ในเลนนั้นจำนวนหนึ่งจะเปลี่ยนไปยังเลนที่ไปได้เร็วกว่า ทำให้เลนนั้นมีจำนวนรถน้อยลง รถที่เหลืออยู่ในเลนนั้นจึงไปได้เร็วขึ้น ดังนั้นเลนทุกเลน (ที่มุ่งไปทางเดียวกัน) มีแนวโน้มที่จะไปได้เร็วพอๆ กันอยู่แล้ว คุณจึงไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนเลนไปมาเพื่อให้ไปได้เร็วกว่าคนอื่น แต่คุณสามารถไปได้เร็วขึ้นโดยอาศัยการเปลี่ยนเลนไปมาของรถคันอื่นด้วยการอยู่แต่ในเลนเดิมตลอดเวลา

อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่คุณมีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องไปถึงที่หมายให้เร็วที่สุด นักเศรษฐศาสตร์บอกว่า การเปลี่ยนเลนไปมาจะช่วยทำให้คุณไปได้เร็วกว่ารถคันอื่นๆ ได้ ความเร็วที่เพิ่มขึ้นนั้นเป็นผลตอบแทนที่เกิดจากการที่คุณยอมแบกรับความเสี่ยงและความเครียดที่สูงขึ้นจากการเปลี่ยนเลนไปมา ยิ่งคุณยอมที่จะเสี่ยงและเครียดมากขึ้นเท่าไร คุณก็จะยิ่งไปได้เร็วกว่าคนอื่นมากขึ้นเท่านั้น เพียงแต่ว่า ความเร็วที่เพิ่มขึ้นนั้นค่อนข้างน้อยจนเมื่อเทียบกับความเสี่ยงและความเครียดที่ต้องแบกรับ ในเวลาปกติ มักไม่ค่อยคุ้มกันเท่าไร

10 ความเห็น »

RSS feed สำหรับความเห็นต่อเรื่องนี้ TrackBack URI

  1. คุณนรินทร์ ทำให้ผมใช้เวลาในการเปิดหาข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับ เศรษฐกิจพอเพียง … พอประมาณ มีเหตุผล และมีภูมิคุ้มกัน

    แต่ยังไม่รู้ว่าจะประยุกต์ใช้อย่างไร? นี่อาจเป็นวิกฤตเศรษฐกิจพอเพียง อย่างที่ อ.สมเกียรติ อ่อนวิมล ว่าไว้ … ไม่ร้(จริง) ไม่เข้าใจ(และเข้าไปในใจ) นำมาใช้ไม่ได้

    เครียดไปอีกแบบ

    : )

  2. ผมว่าเปรียบแบบนั้นไม่ได้นะครับ เพราะเหมือนกำลัง assume ว่า เป็นตลาดแบบสมบูรณ์ (Perfect market) ซึ่งถ้าเป็นแบบนั้น อุปมาได้เหมือนกับว่า

    ขับรถไม่เปลี่ยนเลน = ซื้อกองทุนดัชนี
    เปลี่ยนเลนเมื่อพบว่าเลนข้างๆน่าจะไปได้เร็วกว่า = เลือกหุ้นแบบ bottom-up

    ซึ่งผมคิดว่าหลายๆคนก็เห็นด้วยกับผมว่า ถนน ก็เหมือนกับตลาดหุ้น คือไม่ได้เป็นสภาวะตลาดแบบสมบูรณ์ ทุกคนรู้เท่ากัน (ไม่เท่าแน่ๆครับ คนที่ขับแถวนั้นทุกวัน น่าจะรู้ดีกว่าพวกไม่คุ้นทาง)

    สำหรับเศรษฐกิจพอเพียง เอ่อ ถามจริงๆว่า เราสามารถวิจารณ์ได้อย่างอิสระเสรีด้วยหรือครับในเรื่องนี้?

    http://www.prachatai.com/05web/th/home/10437

  3. บ่อยครั้งที่ผมรู้สึกรำคาญพวกที่ชอบเปลี่ยนเลนไปมา บางทีตามหลังผมอยู่ ก็เปลี่ยนไปเลนข้างๆ สักพักก็เบียดมาหน้าผม แล้วก็เปลี่ยนออกไปอีก ส่วนผมวิ่งอยู่ในเลนตัวเองไปเรื่อยๆ กลายเป็นว่าพอดูกันยาวๆ แล้ว รถคันที่เปลี่ยนเลนก็กลับไปอยู่หลังผมเหมือนเดิมครับ

  4. คนที่เปลี่ยนเลนแซงเราไปเมื่อสิบนาทีก่อนกลับไปอยู่ข้างหลังเราได้ เพราะ market efficiency นั่นแหละครับ ถ้าเราไม่ตั้งใจสังเกตเราจะไม่เห็น ผมสังเกตบ่อยๆ ว่าเป็นอย่างนั้นจริงๆ

    คำว่า market efficiency ไม่ได้แปลว่า คนที่พยายามเปลี่ยนเลนจะไปได้เท่ากับคนที่อยู่เฉยๆ แต่หมายความว่า ความเร็วที่เพิ่มขึ้นจากการพยายามเปลี่ยนเลนนั้นจะมีค่าไม่มากนัก มันเกิดขึ้นมาเพื่อชดเชยความเสี่ยงของเปลี่ยนเลนบ่อยๆ (ความเสี่ยงที่จะโดนชน ความเครียด ฯลฯ) ที่คุณแบกรับไว้เท่านั้น

    แน่นอนว่าถ้าคุณรู้บางสิ่งบางอย่างที่ตลาดยังไม่รู้ คุณย่อมสามารถเอาชนะตลาดได้อย่างมีนัยสำคัญ แต่ส่วนใหญ่แล้วที่เราเปลี่ยนตัวเล่นไปๆ มาๆ นั้นเราตัดสินใจไปตามข้อมูลที่ตลาดรู้แล้ว วิธีนี้ไม่สามารถทำให้เราเอาชนะตลาดได้ในระยะยาว

  5. เอาเรื่องการขับรถนะครับ

    ผมว่าถ้าเราไม่รีบไม่คุ้มหรอกครับ เพราะสร้างความเครียดแก่ผู้ร่วมทาง และอาจสร้างความเสื่อมเสียให้บุปผการีกรณีถูกด่าพ่อล่อแม่

    แต่ถนนเส้นไหนที่ไปบ่อยๆ ผมมักจะจำได้ครับ ว่าเมื่อถึงตงนี้ ควรอยู่เลนไหน

    แม่ภรรยาผมเคยให้ผมขับจากวังบูรพาไปโรงแรมพลาซ่าแอนธินีในช่วงหกโมงเย็นซึ่งรถติดอย่างแรง ผมก็ซิ่งและแทรกแหลกจนไปถึงในเวลาครึ่งชั่วโมง ท่านชมว่าขับได้เหมือนแทกซี่เลย(หรือด่าก็ไม่แน่ใจ)

  6. และอาจสร้างความเสื่อมเสียให้บุปผการีกรณีถูกด่าพ่อล่อแม่

    ก๊ากๆๆ ขำกลิ้งเลย

  7. ผมว่ามันมีเลนที่วิ่งได้เร็วกว่าเลนอื่นๆจริงนะครับ

    อย่างถนนราชพฤกษและพระราม ๓ ที่ผมใช้อยู่เป็นประจำ
    จริงมีถนนอื่นๆอีก
    ผมจะรู้เลยว่า ถึงช่วงไหนควรอยู่เลนไหนถึงจะเร็วที่สุด
    ซึ่งถ้าไม่มีอุบัติเหตุ หรือเหตุการณ์แปลก ซึ่งมีบ้าง
    มันก็เป็นอย่างนั้นทุกๆวันนะครับ เหมือนๆเดิม

    ผมว่าเป็นเพราะพฤติกรรมในการขับ ของผู้ใช้ทางร่วมกันมากกว่า
    เพราะผมขับในช่วงเวลาเดิมๆ ดังนั้นผู้ใช้ทางร่วมกันส่วนใหญ่ก็จะเป็นคนเดิมๆ
    เพราะคนส่วนใหญ่จะไม่เปลี่ยนพฤติกรรม..หรือเปลี่ยนได้ช้า
    แล้วพวกเขาก็ทำพฤติกรรมเดิมๆ จนผมจับได้เองว่าต้องใช้ถนนนี้อย่างไร
    ถึงจะไปจึงจุดหมายได้เร็วและดีที่สุด

    แต่ถ้าเป็นเส้นไหนที่ไม่คุ้นเคย ก็ขับไปแบบปกติ ธรรมดา
    แต่ถ้าขับไปอีกซักรอบสองรอบก็พอจับทางได้แล้วละครับ

  8. นึกถึง การทำงานของ Router เป็น Packet switching เลยเป็น Random เวลาส่งถ้า Route ไหนว่างก็จะส่งไปตาม Route นั้น จะเป็นการใช้ประสิทธิภาพเส้นทางที่ดีที่สุด

    ถ้าเปรียบเป็นถนน ทุกเลนจะถูกใช้ตลอด ประสิทธิภาพการใช้ดีขึ้น

  9. เพิ่งอ่านหนังสือ
    “เอาตัวรอดด้วยทฤษฎีเกม” จบไป
    ตามมาอ่านที่บลอคนี้ดูครับ
    เขียนดีนะครับเนี่ย

  10. คืออยากถามถึงอันดับประเทศที่รถติดมากที่สุดในโลกยี่สิบประเทศครับ
    ถ้าตอบได้เร็ซก็จะดีมากมายเลยครับ
    ขอขอบคุณล้วงหน้าครับ


ใส่ความเห็น

XHTML: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <pre> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>

บลอกที่ WordPress.com . | Theme: Pool by Borja Fernandez.
Entries and comments feeds.