0119: เอาใหม่ ลองพยายามดูอีกครั้ง

ประเทศที่เคยปิดมาก่อนเมื่อหันมาเปิดประเทศมากขึ้นจะทำให้เกิดปัญหาความมั่นคงตามมาเพราะเสรีภาพที่เพิ่มขึ้นทำให้ผู้นำควบคุมประชาชนได้ยากกว่าเดิม ประเทศไทยเองก็กำลังประสบปัญหานี้เช่นกันไม่ต่างกับประเทศอื่นๆ

ในด้านความมั่นคง ประเทศไทยมีความแตกต่างด้านศาสนาและเชื้อชาติมานานแล้ว แต่เมื่อก่อนไม่มีปัญหา เพราะรัฐบาลคอยปลูกฝังเรื่องสัญชาติ ใครเกิดในประเทศไทยก็คือคนไทยหมด การปลูกฝังค่านิยมเหล่านี้ทำได้ง่ายเพราะสื่อเป็นของรัฐทั้งหมด สมัยก่อนทุกคนต้องฟังรายการ “สยามมานุสติ” ทางวิทยุตอนหกโมงเย็นทุกวัน เพราะออกอากาศทุกคลื่นไม่มีอย่างอื่นให้ฟัง แต่สมัยนี้ การปลูกฝังค่านิยมอะไรที่ไม่เหมือนกับสากลนั้นจะทำได้ยาก เพราะประชาชนสามารถรับรู้ข่าวสารจากต่างประเทศได้โดยตรง (เคเบิลทีวี อินเตอร์เน็ต) หลอกไม่ได้ มิหน่ำซ้ำกระแสโลกาภิวัฒน์ยังทำให้เกิดองค์กรก่อการร้ายระดับนานาชาติที่เดินทางเข้ามายั่วยุคนในชาติให้แตกแยกกัน เมื่อก่อนนี้ เรามี ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เป็นศูนย์รวมจิตใจ แต่สมัยนี้ดูเหมือนคำว่า ชาติกับศาสน์จะทำให้คนไทยรู้สึกว่าเราเป็นพวกเดียวกันได้น้อยลง อาจนำมาซึ่งปัญหาความมั่นคงในอนาคต

สมัยก่อนยังไม่มีอินเตอร์เน็ต มือถือก็ไม่มี เราจึงสามารถควบคุมเยาวชนให้เรียบร้อยเหมือนผ้าพับไว้ได้ แต่สมัยนี้เทคโนโลยีการสื่อสารได้ทำให้ภาพลามกอนาจารเกลื่อนเมือง คลิปฉาวเพียบ ห้ามได้ลำบาก การเลี้ยงดูเยาวชนให้อยู่ในกะร่องกะรอยจึงยากกว่าเดิมมาก เยาวชนชิงสุกก่อนห่ามมากขึ้น ติดเกมออนไลน์ ติดการพนันฟุตบอล ฯลฯ กลายเป็นปัญหาความมั่นคงด้านสังคม

สมัยก่อนเศรษฐกิจนิ่งมาก ค่าเงินคงที่ ดอกเบี้ยเปลี่ยนช้ามาก ถ้าราคาสินค้าแพง รัฐบาลก็แทรกแซงตลอด ประชาชนไม่ต้องสนใจความผันผวนเหล่านี้เลย แต่สมัยนี้ทำไม่ได้แล้ว เนื่องจากเศรษฐกิจของเราเป็นแบบเปิด การแทรกแซงตลาดทำให้รัฐมีต้นทุนสูงเพราะมีคนอาบิทาจไปต่างประเทศ ประชาชนจึงมีความมั่นคงทางเศรษฐกิจน้อยกว่าเดิม ขนาดแม่ค้าขายหมูในตลาดยังต้องรับผลกระทบจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลกเลย

ในแง่การเมือง โลกาภิวัฒน์ทำให้ประชาธิปไตยเบ่งบาน รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งต้องคอยรับมือกับองค์กรเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิมนุษย์ชนข้ามชาติ NGO ต่างๆ ต้องคอยทำตามนักลงทุนต่างประเทศที่ขู่จะไม่มาลงทุน ต้องคอยรับมือกับสื่อมวลชนที่มีอิสระมากขึ้น ต้องรับมือกับนักวิชาการที่คอยด่า ต้องรับมือกับม๊อบกลุ่มผลประโยชน์ต่างๆ ในทุกเรื่อง การเมืองไร้เสถียรภาพ ผลักดันนโยบายใดๆ ก็ไม่สำเร็จ เกิดเป็นปัญหาความมั่นคงทางการเมืองขึ้นมา

ปัญหาต่างๆ เหล่านี้อาจทำให้เราเข้าใจว่า การเปิดประเทศคือปัญหา สมควรกลับไปปิดประเทศอีกครั้งเพื่อขจัดความวุ่นวายเหล่านี้ แต่ความจริงแล้ว การเปิดประเทศทำให้ประชาชนมีเสรีภาพมากขึ้นเลยไปทำให้ความมั่นคงลดลง เพราะแต่ไหนแต่ไรมา ความมั่นคงเกิดจากการที่ผู้นำมีอำนาจเบ็ดเสร็จจึงควบคุมความสงบเรียบโร้ยได้โดยง่าย เสรีภาพในการรับรู้โลกภายนอกได้ทำให้ผู้นำควบคุมประชาชนได้ยากกว่าเดิม สำหรับประเทศที่เปิดแล้ว ความมั่นคงต้องมาจากการที่ภาคประชาชนมีความเข้มแข็ง ไม่ใช่มาจากความเบ็ดเสร็จของผู้นำ ไทยเราเพิ่งเปิดประเทศจึงยังต้องการการเปลี่ยนผ่านไปสู่จุดนั้น ซึ่งย่อมต้องเกิดความวุ่นวายอย่างมากระหว่างทาง ทุกประเทศก็จะเจอแบบนี้ 

การเมืองที่ตีกันไปตีกันมา เราอาจรู้สึกว่าต้องหยุดเพื่อให้เศรษฐกิจฟื้น แต่ผลระยะยาวที่ตามมาคือ ปัญหาความโปร่งใสต่างๆ ก็จะไม่ได้รับการแก้ไขเหมือนเดิม การตีกันไปตีกันมาอาจทำให้ประเทศถึงจุดวิกฤต แต่สุดท้ายแล้ว จะนำประเทศไปสู่บรรทัดฐานใหม่ทางการเมืองได้ ม๊อบที่ออกมาชุมนุมกันบ่อยๆ แรกๆ ชาวบ้านก็สนับสนุน แต่ออกมาบ่อยๆ ชาวบ้านก็ฉลาดขึ้นรู้ว่าม๊อบไหนจริงไม่จริง ภาคประชาชนฉลาดขึ้น อย่างอเมริกาเคยแตกแยกกันเรื่อง “ทาส” จนบานปลายกลายเป็นสงครามกลางเมืองมาแล้ว แต่ในที่สุด มันก็ช่วยทำให้เกิดการเลิกทาส หรืออย่างการต่อสู้ของนักศึกษาในเกาหลีใต้ที่เคยเล่าให้ฟังแล้ว เป็นต้น ถ้าเรามัวแต่กลัววิกฤต ภาคประชาชนก็จะต้องเป็นเบี้ยล่างชนชั้นปกครองตลอดไป

ประมาณนี้ เฮ้อๆๆๆ อธิบายแล้วเหนื่อย

18 Responses to “0119: เอาใหม่ ลองพยายามดูอีกครั้ง”

  1. tanakorn Says:

    ขอบคุณครับที่เขียนมาให้อ่านกัน

    จากที่อ่าน + กับความรู้สึกส่วนตัว ผมรู้สึกว่าประเทศไทยไม่เหมาะกับการเปิดประเทศนะครับ อย่างที่คุณบอกว่าความมั่นคงของประเทศที่เปิดเกิดจากประชาชนที่เข้มแข็ง ผมว่าคนไทยยังไม่เหมาะกับการเป็นประชาชนในประเทศที่เปิด บางทีผมก็คิดว่าการปิดประเทศอาจเหมาะกับประเทศไทยมากกว่า

  2. ขาประจำ Says:

    กระแสโลกาภิวัฒน์ การเคลื่อนใหวของกระแสนี้มันจะได้หรอเพราะประเทศเรามันระบบประชาธิปไตยจะไปใช้ระบบสมบูรณ์ฯหรืออมาตย์นาธิปไตยก็จะเกิดวิกฤตผู้นำอีก ความรู้สึกส่วนตัวกับความเป็นจริง มันทำให้เราไม่สบายใจได้นะ

  3. terati20 Says:

    ดูเเล้วประเทศไทยเราไม่ค่อยพัฒนาคนเท่าไหร่นะครับ เน้นเเต่กระต้นเศรษฐกิจ ปลดหนี้เกษตรกร สร้างเเต่วัตถุ

    ถ้าไม่พัฒนาคน ภาคประชาชนก็ไม่มีทางเข้มเเข็งได้เลย หรือนี่คือสิ่งที่ผู้นำต้องการ……

  4. lek Says:

    เรื่องนี้ซับซ้อน หลายๆปัญหา หลายๆปัจจัย (factors) เข้ามาเกี่ยวข้อง แต่ล่ะอย่างก็กระทบกันไปมา

    ปัญหาในอดีตก็จะแตกต่างกับปัญหาในปัจจุบัน
    factor ในอดีตก็แตกต่างกับ factor ในปัจจุบัน

    ถ้าประชาชนแข็งแรง (ทางด้านความรู้) ก็จะทำให้เข้าใจปัญหานั้นได้มากขึ้น

  5. ArJin Says:

    ขอบคุณที่เขียนเรื่องนี้ครับ รู้สึกมองแง่ดีมากขึ้น

    มันก็คือสภาวะกราฟตัว U นั่นแหละครับ ตอนนี้เราอยู่จุดวิ่งไปข้างล่างอย่างเดียว รอแค่เมื่อไหร่จะวิ่งขึ้น

    สะใจคำว่า ที่สุดประชาชนก็จะเรียนรู้ว่าอันไหนม็อบแท้ เทียม :)

  6. khun_aut Says:

    เปิด = รู้
    ปิด = ไม่รู้

    รู้มาก = ควบคุมยาก จริงหรือ ?
    ควบคุมยาก เพราะรู้ไม่จริง กระมัง ?
    รู้ไม่จริง = รู้แต่ข้อเท็จจริง (fact) แต่ไม่รู้ความจริงแท้ (Real)

    เพราะรู้ความจริงแท้ นั้น คือ รู้ว่า ไม่มีสิ่งใดหยุดนิ่ง
    ทุกอย่างเปลี่ยนแปลง เคลื่อนไหว ตามไปเหตุ

    globalization มาแล้วก็ไป …
    ซ้ายสุด เมื่อหยุดแกว่ง ก็ย้ายมาทางขวา …
    เปิดแล้วก็ปิด ปิดแล้วก็เปิด(แบบ)ใหม่

    ตีกันวันนี้ เดี๋ยวก็สงบ หลังสงบสักพัก เดี๋ยวก็ตีกันใหม่
    เป็น จุดที่ 5 6 7 8 … อย่าง คุณพี่ทั่น บอกไว้ในกระทู้ก่อนหน้า

    เราเพียงอยู่ในกระแสที่ว่า … ฝืนไม่ได้ ทำได้เพียงรู้เท่าทัน
    และพยายามไม่สุดโต่งกับเรื่องต่างๆ
    (พอเพียง สายกลาง … อะไรๆ ทำนองนั้น)

    พอรู้(เท่า)ทัน พอมีวิชชา เราจะหยุด วังวน นี้ได้

    คงไม่น่าเบื่อเกินไปนะขอรับ

    : )

  7. Leon Says:

    ขอบคุณครับ คุณ Khun_aut

  8. ขาประจำ Says:

    ขอคารวะ Khun_aut หนึ่งจอก อ่านขาด ตกผลึก สุดยอด สุดยอด สุดยอด

  9. Leon(Future Marry 2014) Says:

    ขอเรียนถามท่านแม่ทัพสุมาอี้ และผู้รู้ทุกท่านครับว่า ทำไมประเทศไทยจึงมีการควบคุมการค้าเงินตราระหว่างประเทศ ทำไมไม่เปิดเสรี หรืออนุญาติให้นักลงทุนรายย่อยและสถาบันสามารถลงทุนหรือเก็งกำไรค่าเงินได้เหมือนทาง EU and US.

    ขอแลกเปลี่ยนความรู้ด้วยครับ

  10. 1001ii Says:

    สมัยก่อนเราใช้ระบบอัตราแลกเปลี่ยนคงที่ ระบบดังกล่าวจำเป็นต้องมีการควบคุมการไหลเข้าออกของเงินทุน มิฉะนั้นแล้ว จะมีคนลักลอบอาบริทาจเพื่อทำกำไรได้

    ต่อมา ญึ่ปุ่นมาลงทุนในไทยมากเพราะต้องการย้ายฐานการผลิตมายังไทย เราจึงเริ่มผ่อนคลายการไหลเข้าออกของเงินทุนในวงจำกัดผ่านทาง BIBF แต่ยังคงใช้ระบบอัตราแลกเปลี่ยนคงที่อยู่ ซึ่งถือว่าขัดแย้งกัน ทำให้เกิดการลักลอบเก็งกำไรค่าเงินได้ง่ายและนำไปสู่วิกฤตปี 40 ในที่สุด

    หลังวิกฤตปี 40 เราเปลี่ยนมาใช้ระบบอัตราแลกเปลี่ยนแบบลอยตัวเพื่อป้องกันวิกฤต ระบบลอยตัวไม่จำเป็นต้องควบคุมการไหลเข้าออกของเงินทุนอีกต่อไป อย่างไรก็ตามอาจเป็นเพราะระบบลอยตัวดังกล่าวเป็นระบบลอยตัวหลอกๆ เพราะ ธปท.ก็ยังคงแทรกแซงค่าเงินทางอ้อมอยู่เหมือนเดิม เลยอาจจะกลัวว่า ถ้าปล่อยให้ทุนไหลเข้าออกได้เสรี จะมีคนอาบริทาจอีก อันนี้ก็พอเข้าใจได้ แต่ที่ไม่เข้าใจก็คือ ทุกวันนี้ ทำไม ธปท.ควบคุมการไหลเข้าออกของเงินทุนอยู่เฉพาะแต่กับคนไทยเท่านั้น ส่วนคนต่างชาติปล่อยให้เอาเงินเข้าออกได้โดยเสรี

  11. khun_aut Says:

    มิบังอาจ มิบังอาจ …

    ทางโลก ก็ไม่ไปถึงไหน
    ทางธรรม ก็ไม่ขยับแต่อย่างใด

    อยากพบ ตัวจริง(ทางโลก) … ก็เข้ามาหาอ่านได้ ในบ้านหลังนี้ เหมือนทุกท่าน
    อยากพบ ตัวจริง(ทางธรรม) … อยากพบจริงหรือ?

    : )

  12. Leon(Future Marry 2014) Says:

    ขอบคุณ ท่าแม่ทัพ ที่ผมเรียนถามนั้นก็เพราะว่า ผมเจอ web site ที่ชื่อว่า Forex จำนวนมาก ชักชวนให้ลงทุนเก็งค่าเงินระหว่างประเทศ โดยที่ผมก็สามารถเปิด e-account แล้วสามรถ Trading ในเวลาอันสั้นมาก (หลังจากเอกสารทุกอย่างผ่านหมดแล้ว) โดยที่เราสามารถใช้ PAYPAL ในการโอนเงินเพื่อเปิดบัญชีและรับเงินจากกำไรการค้าเงินได้

    ไม่ทราบว่าท่านแม่ทัพเคยเจอ web site เหล่านี้บ้างหรือไม่!

  13. 1001ii Says:

    ผิดกฏหมายทุกเว็บครับ ระวังถูกหลอกนะครับ สังเกตว่าบริษัทเหล่านี้จะไม่ลงโฆษณาในนสพ. ซึ่งเป็นสัญญาณที่ชี้ว่าผิดกฏหมาย

  14. Leon(Future Marry 2014) Says:

    ขอบคุณครับท่านแม่ทัพ ผมก็กังวลใจอยู่แล้วว่าจะเป็นอย่างที่ท่านแม่ทัพว่าไว้
    แต่การโฆษณาน่าเชื่อถือมากเลยแถมมีการยืนยัน License ด้วยนะครับ

    ผมว่าสิ่งเหล่านี้อันตรายมากๆ อาจทำให้บางคนสูญเสียเงินได้ง่ายๆ เลย
    ผมเองก็ขอยอมรับว่าหลงเชื่อไปเยอะเหมือนกัน แต่ยังไม่เสียเงิน (คือไม่เอาเงินไปลงทุนด้วยนั่นเอง) :P

  15. 1001ii Says:

    ช่วงที่ผ่านมา ธปท.ก็เพิ่งจะออกจดหมายเตือน ช่วงนี้ระบาดหนักครับ

  16. ... Says:

    จึงควบคุมความสงบเรียบ”โร้ย”ได้โดยง่าย

    ชอบครับ :D

  17. Anunta Says:

    จุดแตกหัก。。。บังเอิญเมื่อเช้านี้ได้ฟังรายการดังของเอเอสทีวีที่เผยแพร่ทางเว็บผู้จัดการ พูดถึงการปะทะกันของแต่ละฝักฝ่ายขณะนี้กำลังพัฒนาใกล้จุดแตกหักแล้ว นี่ใช่บอททอมของตัวเจหรือเปล่า แล้วนี่เป็นเจเดียวหรือเพิ่งเป็นแค่เจแรก หวังว่าในที่สุดแล้วมันจะนำไปสู่สิ่งที่ดีกว่าของพวกเราทุกคน 。。。อะไรก็แล้วแต่

    แผ่เมตตา

  18. 1001ii Says:

    จุดแตกหักคือจุดที่ต้องเหลือเพียงแค่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเท่านั้น สถานการณ์ทำให้อีกฝ่ายไม่มีที่ยืนแล้ว จึงต้องเกิดการสู้รบแบบชี้ขาด ที่ผ่านมา มีระฆังช่วยไว้ได้เรื่อยมา

Leave a Reply