0125: ถุงผ้าที่ทำให้โลกร้อนยิ่งกว่าเดิม

ช่วงนี้มีการรณรงค์เรื่องภาวะโลกร้อนกันมาก แต่หลายอย่างก็ดูจะประสบความสำเร็จเฉพาะในแง่ที่ดูเอิกเกริกเท่านั้น ส่งผลให้โลกเย็นลงน้อยมาก ปัญหาสำคัญอย่างหนึ่งคือคำแนะนำหลายอย่างเป็นเรื่องที่ทำได้ยากในทางปฏิบัติ เช่น ใช้น้ำมันให้น้อยลง ก็ไม่รู้จะลดตรงไหนได้อีกแล้ว หรืออย่างถ้าจะติดรถเพื่อนบ้านไปทำงานก็ต้องมารอไป-กลับพร้อมกันทำให้เสียเวลามาก รถติดมากๆ อย่างกรุงเทพ ยิ่งเป็นไปได้ยากเข้าไปใหญ่ หลายอย่างกระทบวิถีชีวิตที่เคยชินไปแล้วทำให้เปลี่ยนไม่ได้ง่ายๆ หลายอย่างก็ไม่กล้าทำเพราะกลัวคนจะหาว่าแปลก เช่น เอาถุงผ้าไปซูปเปอร์มาร์เก็ต เป็นต้น มาตรการที่เป็นไปได้น้อยในทางปฏิบัติทำให้สุดท้ายแล้วก็กลายเป็นแค่เครื่องมือสร้างภาพลักษณ์ให้กับบริษัทต่างๆ เท่านั้น (CSR)
ผมพยายามคิดถึงมาตรการอะไรที่ทำได้จริงๆในทางปฏิบัติ มันต้องเป็นมาตรการที่มีผลกระทบต่อวิถีชีวิตให้น้อยที่สุด มาตการเหล่านั้นจะช่วยลดโลกร้อนได้มากที่สุด เพราะมันจะถูกเอาไปใช้ได้จริง อย่างหนึ่งที่ผมคิดได้ตอนนี้ก็คือ มาหยุดพฤติกรรมรับของชำร่วยใดๆ ก็ตามที่เราไม่ได้ต้องการกันเถอะ ทุกวันนี้องค์กรทั้งหลายนิยมแจกของชำร่วยกันมากทั้งปากกา ถุง แก้วน้ำ ไดอารี่ พวงกุญแจ เสื้อยืด กระเป๋า ทำให้เราได้รับแจกของเหล่านี้เต็มไปหมดตลอดเวลา ไม่ว่าจะไปเดินเมืองทองธานี ไปฟังสัมมนาที่ศูนย์ประชุม ไปงานอีเว้นท์ในห้าง หรือการสมัครสมาชิกต่างๆ ส่วนใหญ่แล้ว องค์กรเหล่านั้นจะแจกให้ลูกค้าแบบเหวี่ยงแหคือไม่ถามว่าอยากได้หรือไม่ เสนอให้เลย และเราก็มักมีนิสัยชอบรับของเหล่านี้ไว้ก่อนเสีย เพราะเห็นว่าเป็นของฟรี ที่จริงแล้ว ถ้าเราคิดว่าสุดท้ายแล้วเราก็คงจะไม่ได้ใช้มันอยู่ดี เราน่าจะบอกปฏิเสธที่จะรับของเหล่านั้น แค่ไม่ยอมรับของที่ไม่ต้องการก็ช่วยโลกร้อนได้แล้ว โดยที่เราแทบจะไม่ต้องเดือดร้อนอะไรเลย แถมยังช่วยมิให้บ้านของคุณรกอีกด้วย บางคนมีพวงกุญแจสิบกว่าอันเต็มบ้านไปหมดจนไม่มีที่จะเก็บ
ทั้งนี้ทั้งนั้นรวมถึงพวกถุงผ้าแก้โลกร้อนที่บริษัททั้งหลายทำออกมาแจกเพื่อสร้างภาพลักษณ์ให้กับองค์กรอีกด้วย ถ้าคุณรับถุงผ้าจากบริษัทต่างๆมานับสิบถุงโดยที่ไม่ได้นำไปใช้ ถุงผ้าเหล่านั้นจะกลายมหันตภัยที่ทำให้โลกร้อนยิ่งกว่าเดิม
แท็ก: ถุงผ้า โลกร้อน สิ่ง
พฤษภาคม 3, 2008 at 11:03 am
แต่ถ้าใช้ถุงผ้าเราก็ไม่ต้องใช้ ถุงพลาสติกหลายๆใบนะครับ
ถุงผ้าที่แจกมา ถ้าเราเห็นว่าเยอะไปก็ไม่รับ เหมือนกับของชำร่วยต่างๆแหละครับ
พฤษภาคม 3, 2008 at 12:45 pm
- ปิดหน้าจอคอมเวลาไม่ได้ใช้
- ปิดไฟดวงที่ไม่จำเป็น
- ใช้ปิ่นโตใส่กับข้าวเวลาไปซื้อที่ร้าน
- เวลาซื้อน้ำปั่นหรือกาแฟนำแก้วส่วนตัวไปใส่เอง (รู้สึกว่าสตาร์บัคส์ได้ลด 10 บาท)
พฤษภาคม 3, 2008 at 2:23 pm
พอจะเข้าใจค่ะ เพราะที่บ้านก็มีถุงผ้าอยู่เป็นสิบๆ ใบที่ใช้บ้างไม่ใช้บ้าง
แต่การบอกว่า “ไม่รับ” เนี่ยยากจริงๆ นะ เพราะคนแจกก็อยากจะแจก (จะได้หมดๆ ไป)
พฤษภาคม 3, 2008 at 8:59 pm
เห็นด้วยกับคุณ brickbrick ค่ะ
พฤษภาคม 3, 2008 at 10:17 pm
ใช่ครับ บางทีก็แจกกันเยอะเกินจำเป็นไปหน่อย
พฤษภาคม 3, 2008 at 11:45 pm
ไม่ค่อยได้รับแจกเฮะ
โดยส่วนตัว ชอบใช้ถุงผ้าอยู่แล้ว
กระเป๋าที่ใช้เวลาออกจากบ้านไปซื้อของก็เป็นแบบที่ใส่ของได้เยอะๆ
เวลาซื้ออะไร ถ้าเป็นของที่ไม่ต้องใส่ถุงพลาสติกได้ก็จะไม่ใส่
ยังไงเรื่องถุงผ้า ถ้ามีแจกก็ชอบค่ะ เพียงแต่ว่าไม่เคยได้เลยนะ มีได้ครั้งเดียวตอนไปซื้อหนังสือในงานหนังสือครั้งที่ผ่านมา แหะ แหะ
พฤษภาคม 3, 2008 at 11:55 pm
น่าจะจริงอย่างที่คุณว่า
มันขึ้นอยู่กับสำนึกของแต่ละคน…
พฤษภาคม 4, 2008 at 9:00 am
ทั้งเห็นด้วย และ ไม่เห็นด้วยครับ ท่านแม่ทัพ
เห็นด้วยว่า
วิถีชีวิตที่เคยชิน เปลี่ยนแปลงได้ยาก
ทำให้คนที่ใช้ถุงผ้าไปซุปเปอร์ดูเป็นเรื่องที่แปลกครับ
ไม่เห็นด้วยว่า
การไม่รับของฟรี จะทำได้ง่ายครับ
พฤติกรรมของคนที่จะไม่รับของฟรี
ต้องเป็นคนที่หักห้ามใจได้สุด
เข้าใจและยอมรับ ในหลายๆสิ่งหลายๆอย่าง
ซึ่งน่าจะมีจำนวนน้อยมากครับท่านแม่ทัพ
และ อาจจะ น้อยกว่า เอาถุงผ้าไปซุปเปอร์ด้วยครับ
แต่ทั้งนี้และทั้งนั้น
วัตถุประสงค์ที่แท้จริง ก็เป็นเรื่องที่ดีที่ทุกคนพยายามจะช่วยกัน
แต่อะไรก็ตามที่มัีนมากไป ก็อาจจะมีในอีกมิติหนึ่งเข้ามากระทบเป็นธรรมดา
ระยะเวลา มันน่าจะช่วยหาจุดสมดุล ของการแก้ปัญหาวิกฤตการณ์ในครั้งนี้ได้เอง
ปล.ขอบคุณสำหรับมุมมองที่แตกต่างและแปลกใหม่ เสมอๆครับ ท่านแม่ทัพ
พฤษภาคม 4, 2008 at 9:07 pm
มนุษย์เป็นสัตว์ชอบเลือก แต่ก็จะเลือกทางที่ตัวเองสบายก่อน
คงยากที่จะเลือกเปลี่ยนความสะดวกที่เคยชินเป็นความไม่สะดวก
อย่างคุณ…ใช้ปิ่นโตใส่กับข้าวเวลาไปซื้อที่ร้าน เหมือนสมัยก่อนที่เอาหม้ออวยไปใส่ก๋วยเตี๋ยวเวลาไปซื้อกลับมารับประทานที่บ้าน(ใครเกิดทันบ้างยกมือขึ้น)
เราค่อยๆเปลี่ยนมาเป็นถุงพลาสติก ก็ใช้เวลาหลายปีอยู่
จะเปลี่ยนกลับไปก็อาจใช้เวลาโขอยู่เหมือนกัน
ยกเว้นจะมีเหตุจำเป็นอะไรสักหลายๆอย่างที่ทำให้ต้องเปลี่ยนพฤติกรรม ซึ่งมันก็คงเป็นการขาดแคลนหรือการมีราคาสูงขึ้นของอุปาทาน หรือมีทางเลือกใหม่ที่ทำให้เกิดความสะดวกกว่าเก่า
เวลานั้นก็คงเปลี่ยนกันได้
พฤษภาคม 5, 2008 at 11:18 am
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
IF YOU NEED A BLOG, DONT FORGET TO SEE WEBSITE “Leoxa.com”
(The Themes Is Very-very Beautiful & Also Able To Place Adsense)
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
พฤษภาคม 5, 2008 at 11:39 am
ผมว่า ถุงผ้าไม่ได้ทำให้โลกร้อน
แต่คนที่ไร้จิตสำนึกต่างหากที่ทำให้โลกร้อน (แรงไปมั้ยเนี่ย…
การช่วยโลกใบนี้ ทำได้ไม่ยาก ถ้าเราคิดและทำ
-เดินทางโดยรถสาธารณะ
-ปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่จำเป็น ,ใช้หลอดประหยัดไฟ, ทีวีเครื่องเดียว ดูด้วยกันทั้งครอบครับ นอกจากประหยัดแล้วยังสร้างสัมพันธ์ในครอบครัวด้วย
-ใช้สิ่งของเท่าที่จำเป็น
ดูเหมือนน้อยนิด
แต่ยิ่งใหญ่มหาศาล…
จาก นิตยสารท่องเที่ยวอารมณ์ดี ยิ้มได้ทั้งวี่ทั้งวัน แบบไม่คิดกะตัง
พฤษภาคม 5, 2008 at 9:05 pm
ที่บริษัทแจกถุงผ้าใบใหญ่ให้พนักงานเอาไปใช้ใส่ของที่ซุปเปอร์ ตัวเองตั้งแต่ได้มาก็เอามาใช้แทบทุกครั้งที่ไปซุปเปอร์ (ดีที่เขาโฆษณาเรื่องโลกร้อนกันเยอะขึ้น ไม่งั้นพนักงานซุปเปอร์คงคิดว่าเรามาจากต่างดาว) แต่คิดว่าคนทั้งบริษัทคงมีไม่ถึง ๕ เปอร์เซ็นต์ที่ใช้ น่าจะทำให้โลกร้อนขึ้นเพราะผลิตสิ่งของมาแล้วไม่ได้ใช้ประโยชน์
วิธีช่วยโลกส่วนตัวคือ ปิดหน้าจอคอมพิวเตอร์+ปิดไฟเวลาไปกินข้าวหรือไปประชุม เดินขึ้นบันไดแทนใช้ลิฟท์ (ได้ออกกำลังไปด้วย) เปิดหน้าต่าง+เปิดพัดลม แทนการเปิดแอร์ และโดยรวมๆ ก็คือ พยายามใช้ทรัพยากรต่างๆ เท่าที่จำเป็น
แต่ส่วนที่ยังทำได้ไม่ค่อยดี ก็มี เช่น ชอบเปิดทีวี ไปพร้อมๆ กับใช้คอม อันนี้อดไม่ได้จริงๆ
พฤษภาคม 6, 2008 at 3:38 pm
ไม่รู้จะช่วยท่าน nitbert ได้มากน้อยเพียงใด แต่ลองดูครับ
โปรแกรมดู tv นะครับ http://www.uploadd.com/download.aspx?pku=E192147D5T1KRMI88C466R6IRDIPQ
ลองโหลดไปใช้ดูครับ จะได้ไม่ต้องเปิด 2 อย่างพร้อมๆกัน
พฤษภาคม 6, 2008 at 8:31 pm
งดรับพวกใบปลิวโฆษณาที่แจกๆกันตามถนน หรือสถานีรถไฟฟ้าก็ช่วยได้เยอะนะครับ เห็นส่วนใหญ่รับมาก็เอามาทิ้งเสียเปล่าๆ
พฤษภาคม 8, 2008 at 3:18 pm
ถ้าตามร้านเก็บ ตังค่าถุงพลาสติก จะดีกว่ารณรงค์ให้ไม่ใช้ถุง หรือเปล่าครับ?
อาจารย์ว่างๆ วิเคราะห์ OREC ดูหน่อยสิครับ
อิ อิ
พฤษภาคม 8, 2008 at 4:47 pm
ในฐานะผู้บริโภค เรากลับคิดว่าร้านค้าควรจะลดราคาให้คนที่ไม่เอาถุงมากกว่า
ถามว่าร้านค้าจะยอมเสียรายได้เหรอ… ถ้าไม่อยากเสียก็เอางบโปรโมชั่น หรืองบสำหรับโครงการที่จะเอามาโม้ว่าเป็น CSR ก็ได้ หรือถ้าไม่ลดราคา อย่างน้อยก็น่าจะให้ความสะดวกกับคนที่ไม่เอาถุง (เช่น ตามซุปเปอร์ ทำเลนพิเศษให้)
ขอบคุณคุณ hOuSe ที่หาโปรแกรมมาฝากนะคะ แต่ว่ายังใช้เน็ททากอยู่ ถ้าดูทีวีทางเน็ท เห็นจะไม่ได้การ อีกอย่าง ที่เปิดทีวีไปพร้อมๆ กัน ส่วนหนึ่งก็คือเปิดไว้เป็นเพื่อน ซึ่งเป็นนิสัยที่ควรจะเลิกได้แล้ว เพราะไม่ได้ตั้งใจจะดูจริงๆ ซักหน่อย -_-’
พฤษภาคม 8, 2008 at 7:40 pm
เห็นด้วยกับไอเดียงดรับใบปลิวสุดๆ เพราะใบปลิวเป็นอะไรที่ waste แบบสุดๆ
ไอเดียคุณ terati เข้าท่า คิดแบบนักเศรษฐศาสตร์เลย
ได้ยินแว่วมาว่ามีห้างหนึ่งเริ่มทำแบบที่คุณ nitbert เสนอมาแล้ว สงสัยต้องไปอุดหนุนสักหน่อย
พฤษภาคม 8, 2008 at 8:54 pm
บังเอิญครับ เราคิดเรื่องเดียวกัน
…
กระแสโลกร้อน … เข้าใจว่า
นักกลยุทธ์/นักยุทธศาสตร์ คงยังหา “สัญลักษณ์สากล” ไม่ได้
เดี๋ยวหมีขาว เดี๋ยวกระเป๋าผ้า
การตอบรับจากใครๆ เลยออกแนว “แอ๊บร้อน” ไปเสียหมด
… ไม่เกิดพลังเท่าที่ควร
http://culturegap.wordpress.com/2008/04/21/symbolic/
: )
พฤษภาคม 8, 2008 at 9:18 pm
ผมชอบใช้ถุงผ้ามากครับ เวลาไปซื้อหนังสือ หรือสินค้าในร้านสะดวกซื้อ ผมจะปฏิเสธถุงพลาสติกตลอด แต่เวลาไปซื้อของในDiscount Store ผมจะใช้ถุงผ้าบางส่วน และขอถุงพลาสติกบางส่วน และเก็บถุงพลาสติกเอาไว้ใส่ขยะ
แต่ผมว่าใบปลิวนี่เป็นwasteสุดๆผมไม่เคยรับเลยเสียดายกระดาษ
พฤษภาคม 9, 2008 at 11:34 am
ผมกลับใช้เป้โดเรมอน ยัดทุกอย่างลงไป ถ้ายัดได้ก็บอกไม่เอาถุง ก็ช่วยลดโลกร้อนได้โดยไม่ต้องใช้ถุงผ้าด้วย
พฤษภาคม 12, 2008 at 10:47 pm
ซือเจ๊ใช้ตะกร้าไปจ่ายกับข้าวในซูเปอร์มาร์เก็ตค่ะ
ตอนแรกยามไม่ให้เอาเข้า คงกลัวไปหยิบของใส่ตะกร้าเพลิน
แต่ซือเจ ทำหน้าเหยียดๆนิดหนึ่งมองไปที่ตะกร้าเค้าแล้วพูดว่า
ไม่ถือหรอก ตะกร้าพลาสติกไร้รสนิยมอย่างนั้น
ของฉันตะกร้าสานแบบกรุน้ำชันยาของชาวอีสานนะจ๊ะ ดูมีรสนิยมกว่า
ด้วยท่าทีขึงขังและกวน..(สหัสบาทา) เค้าเลยยอมให้ผ่าน
ซื้อเสร็จจ่ายตังค์ ไม่ต้องใช้ถุง แถมแคชเชียร์ยังชมตะกร้าว่าสวย เหมือนที่มาจากบ้านเธอเลย
อ้าว ไปๆมาๆ ชมภูมิปัญญาของตัวเอง
แต่ไม่เป็นไรหรอก ก็น่าชื่นชมจริงๆนั่นแหละค่า
พฤษภาคม 13, 2008 at 12:07 pm
ถ้าใช้ถุงผ้า แต่ข้างในบรรจุสิ่งของที่อยู่ในถุงพลาสติกอีกที …ถุงผ้าก็ไม่มีความหมายในแง่ของการช่วยแก้ปัญหาภาวะโลกร้อนค่ะ แต่มีประโยชน์เพียงในแง่ช่วยให้ถือง่ายไม่รกรุงรังนะคะ
พฤษภาคม 14, 2008 at 9:35 pm
ผมกับแฟน ตกลงกันว่าเราจะเสื้อผ้าที่ไม่จำเป็นต้องรีดเพื่อไปทำงาน ประหยัดทั้งเวลา และค่าไฟ อีกทั้งยังช่วยลดการใช้พลังงานด้วยนะครับ ถ้าคนสักครึ่งโลก (มากไป เอา 1/4 ก็ได้) หันมาเลิกรีดผ้า ผมว่าเราจะประหยัดการใช้พลังงานลงไปได้เยอะทีเดียวครับ
มิถุนายน 1, 2008 at 3:02 pm
ของฟรีก็ไปว่าเค้าไม่ได้เนอะ เหอๆๆๆ
มิถุนายน 1, 2008 at 3:03 pm
คุณ นักเวทย์ idea เจ๋งมากๆ
มิถุนายน 29, 2008 at 1:46 pm
สวัสดีค่ะพี่นรินทร์ หนูชื่อตาลนะคะ เพิ่งจบศิลปากร
ตอนนี้เป็น Illustrator อยู่เมืองไทย และกำลังคิดจะทำธุรกิจขนาดเล็กจากผลงานของตัวเอง
แต่ยังขาดความรู้ในหลายๆเรื่อง แต่เป็นโชคดีที่ได้ไปพบหนังสือเรื่อง วิถี ธุรกิจขนาดเล็กของพี่เข้า ทำให้เกิดสนใจขึ้นมา และได้ลองอ่านไปบ้างแล้ว แต่ด้วยความที่ตนเองเรียนทางด้านการออกแบบมา ก็อาจจะยังไม่เข้าใจจนถึงที่สุด หากมีโอกาศได้เสวนากับคุณพี่บ้างก็น่าจะเปนการดีค่ะ หนูได้ฝากอีเมลล์ไว้แล้วค่ะ ขอบคุณมากค่ะ
มิถุนายน 29, 2008 at 8:48 pm
คุณตาลส่งเมล์มาแล้วหรือเปล่าครับ ผมไปเช็คดูไม่มี รบกวนส่งมาที่ narino@yahoo.com นะครับ