0136: Robert Mundell

กรกฎาคม 20, 2008 at 12:06 am | In Economics | 16 Comments

ทุกวันนี้ ยังไม่มีใครที่เข้าใจโลกการค้าเสรีที่มีการเคลื่อนย้ายทุนอย่างรวดเร็วแบบถ่องแท้ หลักเศรษฐศาสตร์ในอดีตล้วนแล้วแต่ใช้ไม่ได้ผลเพราะพวกมันถูกออกแบบมาสำหรับระบบเศรษฐกิจที่ค่อนข้างจะปิด Robert Mundell นักเศรษฐศาสตร์เจ้าของรางวัลโนเบลนับว่าเป็นผู้หนึ่งที่มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่ช่วยทำให้เราเข้าใจเศรษฐกิจเสรีที่มีการเคลื่อนย้ายของเงินทุนอย่างรวดเร็วดีขึ้น

Mundell บอกว่า ประเทศหนึ่งๆ ไม่สามารถมีสามสิ่งต่อไปนี้ได้พร้อมๆ กัน (ต้องสละออกไปหนึ่งอย่าง)

  1. ระบบอัตราแลกเปลี่ยนแบบคงที่
  2. การเปิดเสรีเรื่องเงินทุน
  3. นโยบายการเงินที่เป็นของตัวเอง

ตัวอย่างเช่น ประเทศสาระขันต้องการมีระบบอัตราแลกเปลี่ยนแบบคงที่ ในขณะเดียวกันก็ปล่อยให้มีการไหลเข้าออกของเงินทุนโดยเสรีได้ด้วย ถ้าหากประเทศสาระขันยังต้องการจะกำหนดอัตราดอกเบี้ยในประเทศตามใจตัวเองด้วยอีกต่างหาก (มีนโยบายการเงินที่เป็นของตัวเอง) เช่น กำหนดอัตราดอกเบี้ยในประเทศให้ต่ำกว่าอัตราดอกเบี้ยของโลก เงินทุนจะไหลออกไปเรื่อยเพื่อหนีไปหาที่ๆ ให้ดอกเบี้ยสูงกว่า เงินทุนที่ไหลออกกดดันให้เงินอ่อนลง ซึ่งธนาคารกลางจะต้องรีบแทรกแซงตลาดด้วยการขายเงินต่างประเทศออกมา (ซื้อเงินสกุลตัวเอง) เพื่อให้รักษาอัตราแลกเปลี่ยนให้แข็งเหมือนเดิม การซื้อเงินสกุลตัวเองออกไปจากตลาดมากๆ จะทำให้ปริมาณเงินในประเทศลดลงจนทำให้ดอกเบี้ยในประเทศเพิ่มขึ้นจนกลับไปเท่ากับอัตราดอกเบี้ยของโลกที่จุดสมดุล ประเทศสาระขันจึงไม่อาจกำหนดอัตราดอกเบี้ยของตัวเองให้ต่ำตามใจตัวเองได้ในที่สุด

เดิมทีเดียวบ้านเราใช้อัตราแลกเปลี่ยนคงที่ มีการควบคุมการไหลเข้าออกของเงินทุน และมีนโยบายดอกเบี้ยของตัวเอง (สละการไหลเข้าออกของเงินทุนเสรีทิ้งไป ตรงตามหลักของ Mundell) ต่อมาญี่ปุ่นมาลงทุนมากขึ้นในยุคชาติชาย เริ่มมีเสียงบ่นว่าการเอาเงินเข้าออกไม่สะดวก ธปท.ทนเสียงบ่นไม่ไหวก็เลยยอมให้มีการไหลเข้าออกของเงินทุนได้ผ่านทาง BIBF โดยที่ยังคงใช้ระบบอัตราแลกเปลี่ยนแบบคงที่เหมือนเดิม (ผิดหลักของ Mundell) ก่อนให้เกิดช่องทางในการโจมตีค่าเงิน จนเกิดวิกฤตการเงินปี 40 ในที่สุด

หลังปี 40 เราเปลี่ยนมาใช้ระบบอัตราแลกเปลี่ยนแบบลอยตัว ยอมให้มีการไหลเข้าออกของเงินทุน และมีนโยบายดอกเบี้ยของตัวเอง (ตรงตามหลักของ Mundell) แต่ในทางปฏิบัติ ธปท.กลับยังมีการแทรกแซงตลาดอัตราแลกเปลี่ยนเพื่อให้คงที่เหมือนสมัยก่อน ไม่ได้ปล่อยลอยตัวจริงตามที่กล่าวอ้าง (ผิดหลักของ Mundell อีกแล้ว) คราวนี้ต้องคอยดูกันว่า การฝืนกฏของ Mundell จะก่อให้เกิดความเสียหายอะไรกับประเทศของเราอีก

เราต้องการจะได้ 3 อย่างในเวลาเดียวกันทั้งที่มันเป็นไปไม่ได้ แต่เราก็พยายามจะฝืน ในที่สุดเศรษฐกิจก็จะปรับสมดุลของมันเองอีกครั้ง

16 ความคิดเห็น »

RSS feed สำหรับความคิดเห็นในกระทู้นี้ TrackBack URI

  1. อ่านแล้วเห็นภาพเลยครับ

    ปล. ยินดีอีกครั้งกับเลนส์ตัวใหม่นะครับพี่ครับ ^^/ นุ่น

  2. ขอบคุณครับ

  3. ต้องรอดูต่อไปครับ …

  4. “ถ้าหากประเทศสาระขันยังต้องการจะกำหนดอัตราดอกเบี้ยในประเทศตามใจตัวเองด้วยอีกต่างหาก”
    หมายถึงอัตราดอกเบี้ย ประเภทใดครับ ท่านแม่ทัพ

  5. ดอกเบี้ยนโยบาย

  6. แต่ในทางปฏิบัติ ธปท.กลับยังมีการแทรกแซงตลาดอัตราแลกเปลี่ยนเพื่อให้คงที่เหมือนสมัยก่อน ไม่ได้ปล่อยลอยตัวจริงตามที่กล่าวอ้าง (ผิดหลักของ Mundell อีกแล้ว) คราวนี้ต้องคอยดูกันว่า การฝืนกฏของ Mundell จะก่อให้เกิดความเสียหายอะไรกับประเทศของเราอีก

    อาจารย์ ถ้า ธปทเค้าเเทรกเเซง บ้างเป็นบางครั้งไม่ให้อัตราเเลกเปลี่ยนมันผันผวนมากเกินไป เเต่ก็ไม่ฝืน trend ของมันหละ ทั้ง3ข้อก็อาจจะเกิดขึ้นพร้อมกันได้ละเปล่า ?

  7. อ่านแล้วเปิดสมองน้อยๆ ได้ีดีจริงๆ ขอรับ

    ตั้งแต่จบเศรษฐศาสตร์มาเนี่ย ก็ไม่ได้จับหนังสือด้านนี้อ่านเลย :-(

  8. แล้วตอนนี้ เมกา สละข้อไหนออกไปล่ะครับ

  9. แล้วกลุ่มสหภาพยุโรป ที่หันมาใช้เงินสกุลยูโร เหมือนกันหมด ด้วยนะครับ สละข้อไหนออกไปครับ

  10. คิดว่าอเมริกาสละ ระบบอัตราแลกเปลี่ยนแบบคงที่ ออกไปนะครับ เพราะอัตราแลกเปลี่ยนของอเมริกาดอลลาร์ไม่คงที่ แต่ประเทศเขาเปิดเสรีเงินทุนใครจะเอาเงินเข้าไปลงทุนหรือเอาออกมาลงทุนประเทศอืนก็ได้ การกำหนดนโยบายการเงินที่เป็นของตนเองอันนี้มีชัด

  11. ถูกต้องแล้วครับ อเมริกาให้ความสำคัญกับดอกเบี้ยนโยบายมากกว่าอัตราแลกเปลี่ยน

    ส่วนยุโรปนั้น ที่จริงต้องเรียกว่า ประเทศที่เป็นสมาชิกของสหภาพยุโรปนั้น เลือกอัตราแลกเปลี่ยนแบบคงที่ คือผูกเป็นอันเดียวกันทั้งทวีป ทำให้แต่ละประเทศไม่สามารถมีอัตราดอกเบี้ยเป็นของตัวเองได้ เพราะเงินยูโรก็คือเงินยูโรไม่ว่าจะอยู่ในประเทศไหน ดอกเบี้ยต้องเป็นอัตราเดียวกัน

    การดูแลค่าเงินมิให้ผันผวนอย่างเดียวนั้น พูดง่ายแต่ทำยากครับ ธปท.จะรู้ได้อย่างไรว่าครั้งไหนเป็นแค่ความผันผวน ครั้งไหนเป็นการอ่อนหรือแข็งค่าแบบถาวร อย่างที่เพิ่งเกิดขึ้นสดๆ ร้อนๆ ดอลล่าร์อ่อนแบบถาวรแต่ธปท.เข้าใจว่าเป็นการเก็งกำไร กว่าจะตั้งตัวได้แล้วยอมรับว่าเป็นการอ่อนค่าเองของเงินดอลล่าร์แบบถาวร ธปท.ก็แบกรับดอลล่าร์ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ด้อยค่าไปมากกว่า 1 แสนล้านดอลล่าร์แล้ว

    ตามแนวคิดของ Mundell ธปท.จะให้อัตราแลกเปลี่ยนคงที่หรือยืดหยุ่นก็ได้ไม่ผิดทั้งสองวิธี ขึ้นอยู่กับว่าต้องการอะไร เพียงแต่ว่าถ้าเลือกให้อัตราแลกเปลี่ยนคงที่นั้น จะต้องสละการดูแลเงินเฟ้อและการกำหนดดอกเบี้ยนโยบายไปเลย

  12. นึกถึงฮ่องกง หรือ สิงคโปร์ บาง ประเทศ ที่ผูกค่าเงินไว้กับ US เลย
    คงสละ เรื่องควบคุมอัตราดอกเบี้ยออกไป

  13. ฮ่องกงผูกกับดอลล่าร์โดยไม่มีการควบคุมปริมาณเงิน ส่วนสิงคโปร์ปล่อยลอยตัว มีอัตราดอกเบี้ยนโยบายได้

  14. ประเทศที่เป็นสมาชิกของสหภาพยุโรปนั้น ไม่สามารถมีอัตราดอกเบี้ยเป็นของตัวเองได้ เพราะฉะนั้นก็เลยต้องอ้างอิงอัตราดอกเบี้ยของโลกที่จุดสมดุล หรือว่าอิงเมกาครับท่าน

    และในเมื่อเขาเลือกอัตราแลกเปลี่ยนคงที่ ก็ต้องมีธนาคารกลางของสหภาพยุโรป ทำหน้าที่คอยแทรกแซง เพื่อรักษาอัตราแลกเปลี่ยน (หมายถึงแลกเปลี่ยนกับเงินดอลล่าร์ ปอนด์ ฯลฯ) ไม่ทราบว่าผมเข้าใจถูกหรือเปล่าครับ แล้วธนาคารนี้คือธนาคารใดครับ

  15. สหภาพยุโรปมีธนาคารกลางคอยกำหนดอัตราดอกเบี้ยครับชื่อว่า ECB มีสนง.ใหญ่อยู่ที่เยอรมันและมีสาขาอยู่ในหลายๆ ประเทศ

  16. น่าสนใจดีครับ ผมไม่เคยเรียนทางเศรษฐศาสตร์มาก่อน ได้มารู้เลยเข้าใจอะไรขึ้นเยอะ
    ถ้าอย่างนั้น เราก็กำลังเสี่ยงกับการโดนโจมตีค่าเงินอีกรอบสินะครับ
    อาจจะฟองสบู่แตกในไม่ช้าอะไรทำนองนั้น?


เขียนความคิดเห็นของคุณ

XHTML: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <pre> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>

บลอกที่ WordPress.com . | Theme: Pool by Borja Fernandez.
Entries and comments feeds.