0135: ยุทธการกัวต๋อ
กรกฎาคม 5, 2008ยุทธการกัวต๋อ คือ สงครามที่กองทัพขนาดแค่เจ็ดหมื่นของ โจโฉ แต่สามารถเผด็จศึกกองทัพเจ็ดสิบหมื่นของ อ้วนเสี้ยว ได้
เดิมทีเดียวนั้น อ้วนเสี้ยวคิดจะรบแตกหักเพราะลำพองว่ากองทัพของตนมีขนาดใหญ่กว่ามาก แต่ชีสิวได้ทัดทานไว้ ชีสิวบอกว่า กองทัพอ้วนเสี้ยวนั้นแม้จะมีจำนวนมากแต่เป็นทหารที่กวาดต้อนมาเสียส่วนใหญ่ ในขณะที่ทหารของโจโฉนั้นห้าวหาญกว่า กองทัพของโจโฉมีจุดอ่อนตรงที่เสบียงมีจำกัด ถ้าใช้วิธีรบยืดเยื้อ เมื่อเสบียงโจโฉหมด มันจะพ่ายไปเอง แต่ถ้ารบแตกหักจะเข้าทางโจโฉ และจะแพ้โจโฉในที่สุด
อ้วนเสี้ยวผู้มีใจคับแคบฟังแล้วก็โกรธที่ชีสิวหักหน้าตนเองต่อหน้าทหาร แกล้งว่าชีสิวพูดจาไม่ดีทำให้เสียฤกษ์ออกศึกสมควรถูกประหาร แต่ขุนนางทั้งหลายทัดทานไว้ อ้วนเสี้ยวจึงสั่งให้ขังชีสิวเอาไว้ก่อน รอไว้รบชนะโจโฉเมื่อไรค่อยประหารชีวิต
ในการรบครั้งแรก กองทัพโจโฉสู้อ้วนเสี้ยวไม่ได้ จึงรีบถอยไปตั้งรับที่เมืองกัวต๋อซึ่งเป็นเมืองเล็กๆ แต่เป็นประตูสู่นครฮูโต๋ จึงเป็นการค้ำคอกองทัพของอ้วนเสี้ยวเอาไว้ไม่ให้รุกคืบถึงฮูโต๋ซึ่งเป็นเมืองหลวงได้ นับเป็นยุทธวิธีที่ถูกต้องของกองทัพที่มีขนาดเล็กกว่า การรวมกำลังไว้กัวต๋อ ย่อมต้านกองทัพใหญ่ได้ดีกว่าการถอยไปตั้งรับที่ฮูโต๋ที่เป็นเมืองใหญ่ซึ่งต้องกระจายกำลังออกเป็นส่วนๆ
โจโฉตั้งรับอยู่ที่เมืองกัวต๋อเพียงหนึ่งเดือนเสบียงก็กำลังจะหมด ทำให้โจโฉกลุ้มใจมาก ซุนฮกได้ส่งคำแนะนำจากเมืองฮูโต๋มาบอกให้โจโฉว่าอย่าได้กังวล กองทัพอ้วนเสี้ยวใหญ่แต่ไร้น้ำยา ขอให้ท่านโจโฉจงตั้งรับต่อไป รักษากัวต๋อไว้ให้มั่น อย่าเพิ่งรบแตกหัก เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนเมื่อไร โอกาสจะเปลี่ยนเป็นของฝ่ายเราเอง ถึงเวลานั้นจึงค่อยรบแตกหัก
อ้วนเสี้ยวเป็นขุนนางใหญ่เปล่าแต่ไร้ปัญญา ประกอบกับขุนนางแวดล้อมอ้วนเสี้ยวมีแต่คนประจบสอพลอ ใส่ร้าย ขัดขากันเอง ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะนิสัยของอ้วนเสี้ยวเองที่เป็นผู้นำที่ใจแคบ กลัวเสียหน้า บ้ายอ ไม่รู้จักเลี้ยงคนเก่ง ขุนนางดีๆ หายหมด อ้วนเสี้ยวเลินเล่อสั่งให้อิขิมจอมขี้เมาไปคุมเสบียงทั้งที่เสบียงเป็นจุดแข็งของกองทัพอ้วนเสี้ยว จึงน่าจะให้คนที่ไว้ใจได้มากที่สุดไปคุมมากกว่า เขาฮิวเห็นว่าอ้วนเสี้ยวสั่งการประมาทเลินเล่อ อีกทั้งยังไม่ส่งเสริมคนเก่ง จึงแอบไปเข้าด้วยโจโฉ และได้บอกให้โจโฉทราบว่าอิขิมคุมเสบียงอยู่
โจโฉได้ยินดังนั้นก็คิดว่านี่แหละคึอโอกาสที่ซุนฮกพูดถึง ฟ้าเปิดโอกาสให้ตนแล้วจึงตัดสินใจยกทัพไปชิงเสบียงของอ้วนเสี้ยวด้วยตนเอง ขุนนางทั้งหลายต่างค้ดค้านเพราะกลัวว่าอาจเป็นแผนของอ้วนเสี้ยวที่ส่งเขาฮิวมาหลอกล่อให้โจโฉไปตีเสบียงแล้วแอบเข้าตีกัวต๋อตอนโจโฉไม่อยู่ก็ได้ แต่โจโฉชั่งใจแล้วเห็นว่า หากอยู่เฉยๆ ก็ตายเหมือนกัน เพราะเสบียงหมดแล้ว ดังนั้นแม้จะไม่รู้ว่าเขาฮิวพูดจริงหรือไม่ แต่ก็สมควรที่จะเสี่ยง จึงตัดสินใจเด็ดเดี่ยวยกทัพไปตีเสบียงด้วยตนเอง เมื่อเสบียงของอ้วนเสี้ยวถูกโจโฉเผาจนหมดสิ้น โจโฉจึงเอาชนะกองทัพของอ้วนเสี้ยวได้โดยง่าย
เมื่อโจโฉเข้าไปตรวจค่ายของอ้วนเสี้ยว ก็พบจดหมายลับจำนวนมากที่ขุนนางของโจโฉต่างส่งมาขอเข้ากับอ้วนเสี้ยว เสนาบดีของโจโฉถามว่าจะจัดการกับขุนนางที่คิดแปรพักตร์เหล่านี้เช่นไร โจโฉเห็นกองจดหมายแล้วน่าจะมีขุนนางคิดแปรพรรคเกินครึ่ง (-_-’) ก็เลยตอบว่า ถ้าข้าเป็นคนพวกนี้ก็คงทำแบบเดียวกัน เพราะใครจะคิดว่ากองทัพเจ็ดหมื่นจะชนะกองทัพเจ็ดสิบหมื่นได้ ทีแรกตัวข้าเองก็ยังไม่เชื่อ ฉะนั้นจงเอาจดหมายลับพวกนี้เป็นเผาทิ้งเสียให้หมด อย่าได้นำมาฟื้นฝอยหาตะเข็บเลย
ผู้คุมนักโทษได้ข่าวว่าอ้วนเสี้ยวแตกทัพก็รีบนำข่าวไปบอกชีสิวในคุกเพราะดีใจที่ชีสิวจะได้ปล่อยตัวเป็นอิสระเพราะแนะนำสิ่งที่ถูกต้อง ชีสิวได้ยินดังนั้นก็ล้มทั้งยืน ผู้คุมประหลาดจึงถามว่าชีสิวร่ำไห้ทำไม ชีสิวตอบว่า “อ้วนเสี้ยวเป็นคนกลัวเสียหน้า ถ้าชนะมา ข้ายังมีหวังรอดตาย แต่นี้แพ้มา ข้าหมดหวังแล้ว” ยังไม่ทันขาดคำ เพชรฆาตที่อ้วนเสี้ยวสั่งให้มาประหารชีสิวก็เดินทางมาถึงพอดี
(เล่าให้ฟังเฉยๆ นะครับ ไม่เกี่ยวอะไรกับการเมืองไทย)













